กาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศก

บทนำและชมโฉม

      เจ้าฟ้าธรรม ท่านแท้ พยายาม
ธิเบศร์ กุมารนาม บอกแจ้ง
ไชยเชษฐ ปัฐคาม ภิรภาพ
สุริยวงศ์ ทรงกาพย์แกล้ง กล่าวเกลี้ยงโคลงการ ฯ
      กาพย์โคลงชมเถื่อนถ้ำ ไพรพง
เจ้าฟ้าธิเบศร์ทรง แต่งไว้
อักษรบวรผจง พจนาดถ์
ใครอ่านวานว่าให้ เรื่อยต้องกลโคลง ฯ
      สองชมสองสมพาส สองสุดสวาทสองเรียงสอง
สองกรสองตระกอง สองคลึงเคล้าเฝ้าชมกัน ฯ
      สองชมสมพาสสร้อย ศรีสมร
สองสมพาสสองเสมอนอน ครุ่นเคล้า
สองกรก่ายสองกร รีบรอบ
สองนิทร์สองเสน่ห์เหน้า แนบน้องชมเชย ฯ
      ชมเผ้าเจ้าดำขลับ แสงยับยับกลิ่นหอมรวย
ประบ่าอ่าสละสลวย คือมณีสีแสงนิล ฯ
      ชมเกศดำขลับเจ้า สาวสลวย
แสงระยับหอมรวย กลิ่นแก้ว
ละเอียดเสียดเส้นสวย ประบ่า
คือมณีเนื้อแล้ว คลับคล้ำแสงนิล ฯ
      ไรน้อยรอยระเบียบ เปนระเบียบเทียบตามแนว
ริมเกล้าเพราสองแถว ปีกผมมวยรวยไรนาง ฯ
      ไรน้อยรอยแหนบทึ้ง ถอนแถว
เป็นระเบียบตามแนว รอบเกล้า
ริมเผ้าเพราพริ้งแวว แลเลิศ
ผมมวยรวยปีกเจ้า เรียบร้อยไรงาม ฯ
      พิศงามตามนะลาต สายสุดสวาทผาดผายขึง
ราบผ่องดวงพอพึง ฤดีกลุ้มคลุ้มดวงแด ฯ
      พิศพรรณนะลาตเจ้า ใครถึง
สุดสวาทผาดผายขึง อ่าหน้า
ราบผ่องดวงพอพึง ใจโลก
ยวลฤดีในหล้า คลั่งคลุ้มใฝ่ฝัน ฯ
      ชมขนงก่งเกาทัณฑ์ ดำเป็นมันกันเฉิดปลาย
เป็นระเบียบเรียบรอยราย ชายชำเลืองเยื้องยวลงาม ฯ
      ภมูธนูหน่วงน้าว เหมือนหมาย
ดำมีมันกันปลาย เฉิดช้อย
ระเบียบเรียบงามชาย ชมชื่น
เหลือบแลแต่สักน้อย เพริศพริ้งเพราคม ฯ
      ชมน้องสองไนยนา แลมาชายละลายอารมณ์
เพราพริ้มยิ้มตาคม เป็นมันเคลือบเหลือบแลงาม ฯ
      พิศน้องสองเนตรพริ้ม เพราคม
ขนเนตรงามสวยสม สั่งด้วย
เมียงม่ายชายเชยชม แสนลาภ
เป็นโทษหรือเกรงม้วย เษกซร้องมองดู ฯ
      นาสาอ่าแลเลิศ งามประเสริฐเกิดด้วยบุญ
เหมือนของามลมุน ลม่อมเจ้าเพราเพริศจริง ฯ
      นาสิกแลเลิศล้ำ ใครปูน
งามแง่แท้เที่ยงบุญ เลื่องหล้า
คือของอสวยสุน ทเรศ
เพราเพริศพริ้งจริงเจ้า อ่าพ้นฝูงหญิง ฯ
      โอฐงามยามยิ้มแย้ม คางแสล้มแก้มเปรียบปราง
ทองแท่งแกล้งขัดกลาง ทาผิวเนื้อเยื่อใยนวล ฯ
      โอฐงามยามยั่วยิ้ม แดงสอง
แฉล้มคางปรางเปรียบทอง ก่องแก้ม
ผิวพรรณสุวรรณปอง เทียบทาบ
นิ่มเนื้อเมื่อสรวลแย้ม ยิ่งเย้าใจชาย ฯ
      พิศฟันรันเรียบเรียบ เป็นระเบียบเปรียบแสงนิล
พาทีพี่ได้ยิน ลิ้นกระด้างช่างเจรจา ฯ
      ชมทันต์รันเรียบริ้ว เรียมถวิล
ระเบียบเรียบแสงนิล ย่องย้อย
พาทีพี่ฟังยิน พจนาดถ์
ลิ้นเล่ห์เสนาะเพราะถ้อย กล่าวเกลี้ยงเสียงใส ฯ
๑๐
      พิศกรรณอันนฤมล กลีบอุบลยลเปรียบปลาย
หูไงใจแม่นหมาย คอยสั่งใดได้ยินเร็ว ฯ
      กรรณาน้อยแน่งเนื้อ นฤมล
คือกลีบอุบลยล เลื่องหล้า
หูไวใจแม่นผล บุญแต่ง
เรียมคอยสั่งใดเจ้า ด่วนได้ยินพลัน ฯ
๑๑
      พิศพักตร์ลักขณาน้อง เป็นนวลผ่องก่องกลมหมาย
แจ่มจันทร์วันเพ็ญฉาย นวลงามนักพักตร์อรเหมือน ฯ
      ชมพักตร์ลักษณ์อ่าอ้าง โฉมฉาย
นวลผ่องกล่องกลมหมาย มุ่งต้อง
แจ่มจันทร์วันเพ็ญคลาย มูลเมฆ
นวลพักตราแห่งน้อง พี่นี้มีเหมือน ฯ
๑๒
      พิศพรรณกัณฐาน้อง ริ้วตกปล้องนวลผจง
กล่อมเทียบเปรียบคอหงส์ ไม่ยาวยื่นชื่นชมงาม ฯ
      กัณฐาพิศเพ่งเจ้า สมองค์
ริ้วปล่องผ่องนวลผจง เปล่งปล้อง
กลมเทียบเปรียบคอหงส์ รวยรูป
สวยสมกลมคอน้อง ห่อนหยื้นยาวงาม ฯ
๑๓
      ชมบ่าอ่างามผาย อกหมายราบปราบกดานทอง
นมเคร่งเต่งทั้งสอง คือบงกชสดดอกขาว ฯ
      ชมกายผายบ่าเจ้า ชายปอง
ทรวงราบปราบกดานทอง เรียบร้อย
นมเคร่งเต่งเต้าสอง เคียงคู่
คือบงกชสดน้อย เต่งตั้งดวงขาว ฯ
๑๔
      กรน้อยทั้งสองข้าง เปรียบงวงช้างพระอินทรา
เปลากลมสมกายา ยามเมื่อเจ้าเท้าแขนงาม ฯ
      กรน้อยเปรียบเช่นช้าง ไอยรา-
วัณแต่งวงเอามา เทียบเจ้า
เปลากลมสมกายา เรียวรูป
คราวเมื่อน้องนั่งเท้า อ่อนล้ำแขนงาม ฯ
๑๕
      นิ้วนางพี่พิศเพี้ยน เล็บย้อมเทียนแสงเฉิดฉัน
นิ้วแดงแสงมีพรรณ กลมคือปั้นฟั่นเทียนกลึง ฯ
      นิ้วนางเรียวรูปต้อง ตาเรียม
เล็บแดงทับทิมเทียม ก่ำแก้ว
นิ้วแดงใคร่และเลียม โลมลูบ
งามเปรียบเทียนฟั่นแล้ว ช่างซ้ำเกลากลึง ฯ
๑๖
      เอวอรอ่อนรทวย สะอาดสวยรวยรูปจริง
น้องอ่ากว่าฝูงหญิง งามแต่เจ้าเล่าฦาโฉม ฯ
      เอวอรอ่อนพี่หย้อม แอบอิง
สมสอดสวยรวยจริง จึ่งเหล้า
น้องอ่ากว่าฝูงหญิง ในโลก
รูปร่างงามแต่เจ้า เลื่องหล้าฤาโฉม ฯ
๑๗
      นาภีพี่นอนแนบ บางระแทบแอบอิงองค์
ตระโพกรัดบขัดทรง รวาดรวายชายพอใจ ฯ
      นาภีพี่แนบเน้น นวลผจง
บางระแทบแอบองค์ นิ่มน้อง
ตะโพกรัดบขัดทรง รวยรูป
สูงระวาดชายต้อง ชอบเนื้อพึงใจ ฯ
๑๘
      ชมเพลาเจ้าเรียวรวย คือต้นกล้วยสวยสดเปลา
เข่าแข้งงามกว่าเพลา หรือพรหมกลึงจึงนางงาม ฯ
      อุรูดูเรียบร้อย คือเหลา
ลำกล้วยกลมปลายเปลา ห่อนแห้ง
ชังฆาธนูเหลา เฉลิมรูป
หรือว่าพรหมกลึงแกล้ง แต่งให้นางงาม ฯ
๑๙
      บาทางค์นางทั้งคู่ ดูก็งามตามกายา
นิ้วน้อยสร้อยสมสา รูปของเจ้าเพลาครบครัน ฯ
      บาทางค์ทั้งคู่ต้อง เตือนตา
ชมแต่บนเกศา ตราบเท้า
นิ้วกลมสมลักขณา นวลนิ่ม
ชมชื่นร่างของเจ้า เพริศพร้อมสมควร ฯ
๒๐
      ชมล้วนถ้วนสารพางค์ สุดแต่นางร่างเฉิดฉิน
นารีที่แดนดิน คนใดใดไม่เสมอสมร ฯ
      ชมล้วนถ้วนสิ่งสิ้น สรรพางค์
งามแต่นางควรวาง แท่นไว้
นารีที่ดินทาง ภูวโลก
หาแห่งใดไม่ได้ ดั่งน้องเสมอสมร ฯ
๒๑
      กรรมใดให้จำจาก เป็นวิบากพรากกันจร
ไกลข้างร้างแรมอร ให้พี่คร่ำร่ำโศกา ฯ
      กรรมใดจำจากเจ้า สายสมร
ลำบากพรากเจียวจร จากข้าง
ไกลข้างร้างแรมอร วรภาคย์
เรียมคร่ำครวญอ้างว้าง แหบไห้โหยหา ฯ
=== ครวญตามเวลา ===
๒๒
      ย่ำฆ้องเจ้าพี่เอ๋ย พี่ย่อมเคยเชยพักตรา
จุดไฟให้บูชา พระพุทธเจ้าเจ้าเคยเตือน ฯ
      จตุรารุณเรื่องเรื้อง เพลา
เรียมย่อมชมพัตรา นั่งน้อม
จุดไฟให้บูชา นบนอบ
พระพุทธเจ้าเจ้าหย้อม นั่งเฝ้าคอยเตือน ฯ
๒๓
      โมงเช้าแล้วเจ้าพี่ เจ้าถ้วนถี่ดีการเรือน
หญิงใดไม่มีเหมือน ใช้สอยดีพี่เคยชม ฯ
      โมงหนึ่งคนึงเจ้าเร่ง สติเฟือน
เจ้าถ้วนถี่การเรือน สั่งชี้
หญิงใดไม่มีเหมือน นางเนตร
รู้นพครบการผี้ ช่วยต้องใจชม ฯ
๒๔
      สองโมงเช้าหึ่งหึ่ง พี่ตลึงกอดเข่าเหงา
เวลามาทันเรา พี่กับเจ้าไม่เห็นเลย ฯ
      สองโมงหุ่ยหุ่ยเข้า เรียมคนึง
พี่กอดเข่าเหงาตลึง โศกเศร้า
เวลาเท่าทันถึง จำพราก
กรรมพี่กับกรรมเจ้า หากให้เห็นกัน ฯ
๒๕
      เพลาสามโมงเช้า เจ้าแต่งองค์ทรงน้อยงาม
พูดจาว่าถ้อยความ ตามมีกิจนิตย์เนืองมา ฯ
      ไตรยานาฬิกาเช้า โฉมยง
ตกแต่งอรองค์ทรง แน่งน้อย
พูดจาว่าความจง ภักดิ์เลิศ
มีกิจพิดทูลถ้อย แก่เรื้ยมเสมอมา ฯ
๒๖
      เจ้าพี่สี่โมงเช้า ดูกับเข้าแลของหวาน
เสร็จเจ้าเอามากราน หมอบพัดวีพี่เกษมสันต์ ฯ
      สี่โมงเช้าเจ้าพี่หย้อม ดูการ
เครื่องเข้าเล่าของหวาน แต่งไว้
เสร็จเจ้าเข้ามากราน กรายแซ่
โบกปัดพัดวีให้ พี่นี้สำราญ ฯ
๒๗
      เพลาห้าโมงเช้า เรียมกินเข้าเจ้ามาคัล
ว่องไวใช้สอยขยัน หานางใดไม่เหมือนเลย ฯ
      ห้าโมงยามเมื่อเช้า เชยอร
กินเข้าชมนวลสมร หมอบเฝ้า
ว่องไวใช้สอยขยัน นางอื่น
หาสตรีเปรียบเจ้า ห่อนได้เหมือนเลย ฯ
๒๘
      ย่ำเที่ยงเข้าหึ่งหึ่ง เคยเคล้าคลึงรึงกายา
เสน่ห์สนิทนิทรามา บัดนี้พี่เห็นเลย ฯ
      ย่ำเที่ยงหึ่งหึ่งก้อง นาฬิกา
เคยเกลือกคลึงกายา ไขว่ข้าง
สมสนิทนิทราสา ทรภาพ
ไกลพี่เปลี่ยวอ้างว้าง คลาศเคล้าฤาเห็น ฯ
๒๙
      บ่ายโมงพี่โกรงกลุ้ม จิตคลั่งคลุ้มสุมดวงแด
เจ้าพี่พี่จะแปร หน้าไปต่อรอใครเลย
      บ่ายโมงทุกข์พี่กลุ้ม คอยแล
จิตคลั่งทรวงดวงแด สลัดหลิ้ม
แก้วพี่จะปรวนแปร สมสู่
หญิงอื่นฤาจักยิ้ม ต่อด้วยใครเลย ฯ
๓๐
      ตีฆ้องสองโมงบ่าย ทุกข์พี่ชายฟายน้ำตา
ร้อนรนบ่นครวญหา ไกลพี่แล้วแก้วกลอยใจ ฯ
      ตีสองโมงบ่ายก้อง แครงมา
พี่ชายฟายน้ำตา ร่ำร้อง
ร้อนรนบ่นถามหา สายสวาท
พี่ห่างแก้วแล้วน้อง แน่งน้อยนงคราญ ฯ
๓๑
      เพลาสามโมงเย็น เพื่อนเรียมเห็นเป็นทุกข์ทน
เขาถามความกังวล จะบอกไปไป่ได้เลย ฯ
      เพลาสุริยบ่ายเบื้อง เวหน
เพื่อนเห็นเป็นทุกข์ทน บ่นบ้า
ถี่ถามความกังวล ทนเทวษ
บอกบ่ได้เลยหน้า เฝื่อนเลี้ยวเดินหนี ฯ
๓๒
      เจ้าพี่สี่โมงเย็น เร่งเป็นเข็ญเห็นสาวศรี
อื่นมาหายินดี มิได้เลยเคยชมนาง ฯ
      เพลาสุริยอ่อนเรื้อย รังสี
พิศเพ่งเลงสาวศรี เชื่องใช้
สาวอื่นพูดพาที นบนอบ
ไม่ชื่นจริงยิ่งได้ เดือดร้อนคลึงนาง ฯ
๓๓
      เพลาห้าโมงเย็น เรียมลำเค็ญด้วยโฉมตรู
นางเดียวเที่ยวแลดู แก้วพี่อยู่ห่างหนใด ฯ
      บ่ายชายมาหึ่งซ้ำ ตาฟู
ทุกข์เพื่อเฉิดโฉมตรู โศกสร้อย
นางเดียวเที่ยวทางดู แดนโลก
แก้วพี่นางสาวน้อย อยู่แคว้นแดนใด ฯ
๓๔
      ย่ำฆ้องค่ำแล้วเจ้า เพลาเล่าเข้าสนธยา
จุดเทียนเวียนส่องหา เจ้าแห่งใดไม่เห็นเลย ฯ
      ราตรีรวีเลื่อนเลี้ยว ลับตา
มัวมืดมนสนธยา ค่ำแล้ว
ถือเทียนเวียนส่องหา นางทั่ว
อยู่แห่งใดน้องแก้ว ห่อนได้เห็นเลย ฯ
๓๕
      ทุ่มหนึ่งย่อมคลึงเคล้า เนื้อพี่เจ้าเข้าแนบเนียน
สาวลม่อมย่อมจุดเทียน ถือเทียนไว้ให้สูบยา ฯ
      ทุ่มหนึ่งพี่ย่อมเคล้า คลึงเศียร
จูบกอดอรนอนเนียน แนบไว้
สาวลม่อมย่อมจุดเทียน ยาวยื่น
เจ้าจับเทียนไว้ให้ พี่นี้สูบยา ฯ
๓๖
      สองทุ่มรุมอกพี่ ฆ้องเขาตีพี่เจ็บตาง
กลุ่มใดไห้ครวญคราง โหยไห้พลางนางฤาเห็น ฯ
      สองทุ่มค่อนอกเข้า ผางผาง
ฆ้องตีพี่เจ็บตาง ปุ่มฆ้อง
กลุ้มใจไห้ครวญคราง หาอยู่
โหยไห้ช้างนางน้อง พี่นี้ฤาเห็น ฯ
๓๗
      ยามหนึ่งคนึงเคยเคล้า จูบกอดเจ้าเฝ้าชมกัน
เวรามาตามทัน ให้ไกลข้างร้างแรมสอง ฯ
      ยามหนึ่งคลึงสวาทหน้า นวลจันทร์
จูบกอดพลอดชมกัน เกลือกเคล้า
เวราติดตามทัน ทำโทษ
ไกลค่างห่างชมเจ้า เริศร้างแรมสอง
๓๘
      ราตรีสี่ทุ่มแล้ว โอ้นางแก้วแคล้วคลาศไป
หมอนกอดทอดฤทัย หายใจใหญ่ให้รำคาญ ฯ
      ราตรีสี่ทุ่มแล้ว ลับไกล
น้องแก้วแคล้วเรียมไป ขาดพร้อง
กอดหมอนทอดฤทัย ทบท่าว
ลมแล่นพัดขัดข้อง สวาทได้รำคาญ ฯ
๓๙
เพลาห้าหึ่งทุ่ม คือเพลิงรุมสุมกลางใจ
ร้อนเรียมเทียมร้อนไฟ อีกหนามรุมกลุ้มเสียบทรวง ฯ
เพลาห้าทุ่มพี่ คนึงใน
เพลิงผ่าวเผาดวงใจ คลั่งคลุ้ม
ร้อนเรียมเทียบร้อนไฟ ลนล่าว
อีกหนามหนามากลุ้ม เสียบไส้ในทรวง ฯ
๔๐
      ย่ำฆ้องสองยามเข้า พี่ไกลเจ้าเหงาตลึง
นิทราผ้าคลุมขึง หญิงใดวอนห่อนเจรจา ฯ
      สองยามย่ำฆ้องพี่ รำพึง
ไกลเจ้าเหงาเงียบตลึง ยิ่งไข้
นิทราผ้าคลุมขึง ไสยาศน์
หญิงอื่นวอนห่อนได้ กล่าวเกลี้ยงพาที ฯ
๔๑
      เจ็ดทุ่มรุมความทุกข์ ไม่เป็นสุขขุกคำนึง
ว้าวุ่นครุ่นคิดถึง แต่นวลเจ้าทุกเพรางายฯ
      เจ็ดทุ่มรุคุณร้อน รำพึง
สุขบมีคำนึง ก่อนกี้
ว้าวุ่นครุ่นครวญถึง สังวาส
คิดแค้นวรนุชนี้ ค่ำเช้าเพรางาย ฯ
๔๒
      แปดทุ่มกลุ้มทุกข์ชาย ลเมอลมายคล้ายเหมือนมา
เรียมตื่นฟื้นกายา เที่ยวหาไหนไม่พบเลย ฯ
      แปดทุ่มกลุ้มเทวษสร้อย โศกา
นอนลเมอเหมือนมา แนบใกล้
เรียมฟื้นตื่นกายา แลเปล่า
หาที่ไหนไป่ได้ สบน้องเรียมเลย ฯ
๔๓
      สามยามความรักกัน เร่งโศกศัลย์หวั่นใจถึง
ยามค่ำร่ำรำพึง ถึงสามยามตามกรุณา
      สามยามความเสน่ห์เคล้า เคยคลึง
โศกศัลย์หวั่นใจถึง ทุ่มนี้
พลบค่ำร่ำรำพึง คนึงเนื่อง
ถึงสามยามแล้วถี้ พี่เอื้อเอ็นดู ฯ
๔๔
      สิบทุ่มเจ้าพี่เอ๋ย เมื่อไรเลยจะพบพาน
งามนักพักตร์เบิกบาน จะหาได้แต่ใดมา ฯ
      สิบทุ่มนางแน่งน้อย นงคราญ
กี่เมื่อจะพบพาน คู่เคล้า
งามนักพักตร์เบิกบาน เรียมร่อ
เรียมจักเที่ยวหาเจ้า ห่อนได้มาเลย ฯ
๔๕
      ตีสิบเอ็ดเสร็จครวญหา แต่เช้ามาคุ้มราตรี
จวบจนพระสุริย์ศรี เสร็จรถทองส่องสกล ฯ
      สิบเอ็ดเสร็จคร่ำไห้ หาศร
ในทิวาราตรี แหล่งหล้า
จวบจวนพระสุริย์ศรี ล่าเลื่อน
เสร็จรถทองท่องฟ้า ส่องแคว้นแดนดิน ฯ
๔๖
      แสงทองเรืองรองราง ขึ้นกระจ่างสว่างเวหา
รุ่งแล้วแก้วกัลยา สุดเสน่หาไม่มาเลย
      แสงเงินแสงนากผุ้ง แสงทอง
แสงสว่างเรืองรังรอง อร่ามฟ้า
รุ่งแล้วแคล้วเคยสอง สังวาส
โอ้สายสุดสวาทข้า ห่อนได้เห็นเลย ฯ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s